Loading...

สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Office of the Minister Ministry of Natural Resources and Environment

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN
ภาพ5

ที่ปรึกษา รมว.ทส. ‘ยุทธพล’ ลงพื้นที่สำรวจ แหล่งอนุรักษ์นกชายเลนปากช้อน 400 ตัวสุดท้ายของโลก พัฒนา'เพชรบุรี'เป็นเมืองหลวงแห่งการส่องนกของทวีปเอเชีย

ที่ปรึกษา รมว.ทส. ‘ยุทธพล’ ลงพื้นที่สำรวจ แหล่งอนุรักษ์นกชายเลนปากช้อน 400 ตัวสุดท้ายของโลก พัฒนา'เพชรบุรี'เป็นเมืองหลวงแห่งการส่องนกของทวีปเอเชีย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 9.00 น. นาย ยุทธพล อังกินันทน์" ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลงพื้นที่อนุรักษ์ ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์นกชายเลนปากช้อน 400 ตัวสุดท้ายของโลก โดยมี นายสัตวแพทย์เกษตร สุเตชะ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับและบรรยายข้อมูลสถานการณ์

นกชายเลนปากช้อน เป็นนกขนาดเล็ก มีขนาดเพียง 15 เซนติเมตร มีถิ่นอาศัยและขยายพันธุ์อยู่ทางบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย และจะอพยพหนีฤดูหนาวลงมาที่ประเทศไทยเป็นเวลา 7 เดือนในทุกๆปี จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก การสูญเสียพื้นที่อาหารจากการบุกรุกของมนุษย์ และการกัดเซาะชายฝั่งตลอดเส้นทางบินอพยพ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประชากรนกชายเลนปากช้อนลดลงถึง 80% ซึ่งในปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 400 ตัวทั่วโลก 

นกชายเลนปากช้อนจะหากินในพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะ นาเกลือ ซึ่งบริเวณพื้นที่ ปากทะเล-แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งอพยพที่สำคัญที่สุดของนกชายเลนอพยพหลายชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น นกอีก๋อยใหญ่ นกปากแอ่นหางดำ นกน็อตใหญ่ นกทะเลขาเขียวลายจุด ฯลฯ รวมถึงนกชายเลนปากช้อน สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว-นักส่องนกจากทั่วโลก ปีละ 5,000 คน 

ปัจจุบัน สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ได้ระดมทุนซื้อที่ดินนาเกลือร้างบริเวณ ต.ปากทะเล พื้นที่ 50 ไร่ เพื่อจัดทำเป็นพื้นที่อนุรักษ์ฯ โดยได้รับความร่วมมือจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัย เก็บข้อมูล และฟื้นฟูพัฒนาระบบนิเวศในพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยหลังจากดำเนินการพัฒนาที่ดิน พบว่าสามารถฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ มีจำนวนสัตว์หน้าดินที่เป็นอาหารนกชายเลน เช่น ปลา กุ้ง หอยขนาดเล็ก ไส้เดือนทะเล เพิ่มมากขึ้น สามารถดึงดูดนกชายเลนอพยพหลายชนิด เข้ามาอาศัยในพื้นที่ได้มากขึ้นเป็นจำนวนกว่าปีละ 7,000 ตัว ในปัจจุบัน

หลังจากลงพื้นที่สำรวจนกชายเลนในพื้นที่อนุรักษ์ นายยุทธพล อังกินันทน์ ทปษ.รมว.ทส.และคณะทำงาน ได้แก่ 
- นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม
- นายวิโรจน์ ศรีนาค นายก อยต.ปากทะเล
- นายอภิชัย เอกวนากุล ผอ.กองอนุรักษ์ป่า
- นายวิชัย มณีเนตร ผอ.สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 เพขรบุรี
- นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี
ร่วมประชุมกับ ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ ในการอนุรักษ์นกชายเลนอพยพ ซึ่งปัจจุบันยังขาดความตกลงร่วมกันระหว่างพื้นที่อนุรักษ์ฯของสมาคม กับ ประชาชนเจ้าของพื้นที่ใกล้เคียง ในการบริหารจัดการที่ดินและการจัดสรรรายได้จากการเก็บค่าเข้าชมส่องนก รวมถึงการพัฒนาสาธารณูปโภคในพื้นที่ให้มีความพร้อมสามารถรองรับนักท่องเที่ยว 

เบื้องต้น ทปษ.รมว.ทส.ยุทธพล ได้จัดเตรียมงบประมาณ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการทำแนวป้องกันกัดเซาะชายฝั่ง 'โครงการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น' ต.ปากทะเล ความยาว 2,770 เมตร ต.บางแก้ว 1,540 เมตร โครงการป่าในเมือง จ.เพชรบุรี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.โครงการป่าชายเลนในเมืองทรายเม็ดแรก ต.แหลมผักเบี้ย เนื้อที่ 1,024 ไร่ 2.โครงการป่าชายเลนในเมือง ต.บางขุนไทร-ต.ปากทะเล เนื้อที่ 2,400 ไร่ 3.โครงการป่าในเมืองบ้านบางตะบูน ต.บางตะบูน เนื้อที่ 246 ไร่ และ โครงการปลูกฟื้นฟูเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่ม 1,000 ไร่ เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของนกชายเลนอพยพ

นายยุทธพล กล่าวว่า “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การนำของ รมว.ทส. วราวุธ ศิลปอาชา และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การสนับสนุน สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย และจังหวัดเพชรบุรี ในการส่งเสริมและผลักดันพื้นที่อนุรักษ์ฯ บ้านปากทะเล-แหลมผักเบี้ย แห่งนี้ให้เป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระดับเอเชีย เพื่อกระตุ้นประชาชนในพื้นที่ให้เห็นความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งที่อยู่อาศัยของนกชายเลนอพยพที่สำคัญ คือ นกชายเลนปากช้อน ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงราว 400 ตัวทั่วโลก และเพื่อเป็นการดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ พัฒนาเศรษฐกิจชุมชนจากฐานรากต่อไป“

แกลเลอรี่